[Fic Holmes] Parallel Way [2]

posted on 21 Mar 2010 17:46 by gloomygirls in Fiction

Title : Parallel Way [2]

Author : ++YuHankunG++ (gloomygirl_loveless@hotmail.com    yuhankung@gmail.com)

Pairing : Meriaty x Holmes

Rate : NC-15

Fandom : Sherlocks Holmes

Category : Drama

Note : ฟิคจะอัพทุกวันอาทิตย์นะคะ

 

....เมื่อขึ้นชื่อว่า ‘มนุษย์' จะอย่างไรก็ยังคงเต็มไปด้วย ‘ความปรารถนา'...

.....ทั้งอยากได้อยากมีอยากเป็นจนน่ารังเกียจ...

...แต่ถึงกระนั้นทุกสิ่งก็มีกฎเกณฑ์ในตัวของมันเอง...

 

 

                ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ล้วนตกอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ ไม่มีใครจะสามารถเอาชนะมันได้ จึงทำให้คนจำนวนมากต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมานเพราะ โดนศีลธรรมบ้างล่ะ ความเหมาะสมบ้างล่ะ มนุษยธรรมบ้างล่ะ บังคับให้ทำ ให้เป็น ในสิ่งที่ไม่ต้องการ ทั้งๆที่สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกสร้างขึ้นมาโดยมนุษย์แล้วทำไมเราจึงต้องสร้างสิ่งเหล่านั้นขึ้นมาเพื่อทรมานตัวเองด้วย

 

ข้าพเจ้าสงสัยในสิ่งนั้นมาตลอดจนกระทั่งอายุล่วงเลยเข้าวัยยี่สิบถึงได้มาล่วงรู้ถึงความจริงที่ว่า กฎเกณฑ์เหล่านั้นถูกตราขึ้นเพียงเพื่ออำนวยประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่มเท่านั้น ถ้าจะให้บอกว่าสิ่งเหล่านี้มีขึ้นเพื่อการอยู่รวมกันของมนุษย์อย่างสงบสุขเหมือนที่คนพวกนั้นพูด ถ้าอย่างนั้นทั้งที่มีกฎเกณฑ์อยู่มากมายถึงเพียงนี้ แต่โลกนี้ก็ยังเต็มไปด้วยการช่วงชิง มุ่งร้าย เคียดแค้นชิงชังกัน แล้วนี่น่ะหรือที่เรียกว่าความสงบสุข  บ้าชัดๆ เหล่านี้ก็เพียงเพื่อสนองความต้องการ และทำตัวเองให้ดูดีของพวกผู้มีอำนาจเท่านั้น

 

และสิ่งที่เกิดขึ้นมาในมโนสำนึกของข้าพเจ้าในช่วงนั้นก็คือสิ่งที่เปลี่ยนทุกอย่างในชีวิตของข้าพเจ้าไปตลอดกาล

.....แล้วยังไง...ของพรรค์นั้นไม่เห็นจะต้องไปสนใจ..พวกมันก็แค่เบี้ยหน้าโง่ในหมากกระดานเท่านั้นเอง...

 

สองถึงสามปีถัดมาข้าพเจ้าค่อยๆขยายอิทธิพลเข้าไปในหน่วยงานและองค์กรต่างๆอย่างลับๆ ประสบการณ์สอนให้รู้ว่า "ถ้าคุณอยากจะเปลี่ยนแปลงอะไร สิ่งแรกที่คุณจะต้องมีก็คืออำนาจ"  แต่แล้ว สุดท้ายแม้ข้าพเจ้าเดิมจะเคยอยากจะเปลี่ยนโลกนี้ให้ดีขึ้น แต่กับทุกวันที่ต้องพบเจอแต่เรื่องของผู้คนที่มีสองหน้า การโกหกหลอกลวง ความเลวร้ายของมนุษย์ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มถอดใจ มันเลวร้ายเกินกว่าจะแก้ไขได้แล้ว ดังนั้นนับแต่นั้นมาข้าพเจ้าจึงอุทิศชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อทำลาย และใช้ชีวิตอยู่อย่างเหนื่อยหน่ายจนกระทั่งชีวิตก็ได้ดำเนินมาถึงจุดเปลี่ยนอีกครั้ง

 

ชายคนหนึ่งซึ่งเข้ามาพัวพันกับแผนการของข้าพเจ้าโดยบังเอิญ แต่กลับทำให้ข้าพเจ้าไม่สามารถละสายตาออกจากเขาได้ โฮล์มส์มีอะไรบางอย่างที่เป็นที่สนใจของผู้คนได้เสมอ จากนั้นจุดหมายในชีวิตข้าพเจ้าก็เปลี่ยนไป เกมที่แสนน่าเบื่อกลับสนุกจนไม่อาจหยุดมือเมื่อปรากฎคู่มือที่สมน้ำสมเนื้อคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น แต่นั่นก็ยิ่งจะทำให้ชีวิตของพวกเราต้องเข้ามาพัวพันกันมากยิ่งขึ้นจนในบางทีข้าพเจ้าก็คิดว่าวันนั้นไปน่าลองไปพบเขาที่บาร์นั่นเลย

 

แต่เมื่อมีครั้งแรก ก็จะมีครั้งที่สองตามมา ตั้งแต่คืนนั้นข้าพเจ้ามักจะไปนั่งดื่มคนเดียวอยู่ที่บาร์นั่นในยามว่างจนแทบจะกลายเป็นขาประจำของที่นั่น ข้าพเจ้าเพียงนั่งเงียบอยู่ตรงนั้นที่เดิมที่โฮล์มส์เคยนั่ง แล้วสังเกตคนที่ผ่านไปมาแล้วลองอนุมานข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับคนพวกนั้น ในตอนนั้นข้าพเจ้าไม่รู้ตัวเลยว่าที่เป็นแบบนี้เพราะตัวเองได้หลงรักโฮล์มส์เข้าเสียแล้ว

 

ข้าพเจ้าเพิ่งจะมาเริ่มมั่นใจเอาในอีกหนึ่งเดือนผ่านมา วันคริสต์มาสอีฟ โดยปกติวันนี้ทุกคนจะอยู่กับบ้านแล้วฉลองวันขอบคุณพระเจ้ากับครอบครัว เป็นคืนที่แสนสุขสำหรับหลายๆครอบครัว จึงไม่แปลกที่ในวันนี้บาร์ที่เคยคึกคักกลับมีลูกค้าอยู่เพียงสองสามคนเท่านั้น และป้ายที่เขียนไว้หน้าร้านว่าวันนี้จะปิดบริการเร็วขึ้นคงเป็นเพราะเจ้าของร้านเองก็จะต้องกลับไปฉลองกับครอบครัว ข้าพเจ้าจึงสามารถดื่มเพียงเล็กน้อย ก่อนที่ร้านจะปิดตัวลง แต่ในตอนที่ข้าพเจ้ากำลังจะออกจากร้านนั่นเอง ก็มีชายคนหนึ่งเดินสวนมา ข้าพเจ้าจึงทักออกไป

 

"นี่คุณ ร้านปิดแล้วล่ะ ไปหาร้านอื่นเถอะ" ข้าพเจ้าสังเกตเห็นชายคนนั้นนิ่งอยู่พักนึงก่อนจะหันกลับมาขอบคุณ

 

"แบบนี้ก็แย่สิ ผมตั้งใจมาฆ่าเวลาที่นี่เลยรู้มั๊ย" เขาหันมากล่าวยิ้มๆ แต่ใบหน้านั่นทำให้ระบบประสาทข้าพเจ้ารวนเป็นเวลาหลายวินาที  "คุณนี่เอง นึกว่าจะได้เจอกันแล้วซะอีก" เขากล่าวเมื่อเห็นผมได้แต่ยืนค้างอยู่แบบนั้น พระเจ้า! ข้าพเจ้าอุทานในใจเรื่องบังเอิญเกิดขึ้นเสมอในโลกนี้จริงๆ

"อา...คุณเมื่อคืนนั้น..จริงสิผมยังไม่รู้ชื่อคุณเลย" ข้าเจ้าเริ่มเปิดบทสนทนาหลังจากที่ระบบประสาทสามารถจัดการตัวมันเองได้แล้ว

 

"ที่จริงผมไม่ค่อยบอกชื่อจริงกับใครหรอกนะ แต่จะยกให้ครั้งนึงก็แล้วกัน ผมเชอร์ล็อก โฮล์มส์" เขากล่าวพร้อมยื่นมือออกมา

 

"ผมเจมส์ เมอริอาร์ตี้ ยินดีที่ได้รู้จักคุณนะโฮล์มส์" ข้าพเจ้าตอบกลับไปและยื่นมืออกไปสัมผัสกัน

 

มิตรภาพระหว่างเราเริ่มขึ้นในลักษณะนี้นั่นเอง หลังจากเดินออกมาจากร้านนั้นด้วยกันเราก็คุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อยๆจนมาถึงสวนสารธารณะแห่งหนึ่ง จู่ๆโฮล์มส์ก็ทรุดนั่งลงบนม้านั่งตัวหนึ่ง ข้าพเจ้าจึงทรุดนั่งลงตาม ก่อนจะเอ่ยอย่างสงสัย

 

"มีอะไรงั้นหรือโฮล์มส์"

 

"ผมรู้สึกอยากจะพักน่ะ แล้ววันนี้คุณไม่ไปฉลองกับใครงั้นหรือ" เขาเอ่ยถามขึ้นลอยๆอย่างไม่มีสาเหตุ

 

"ฮ่ะ ฮ่ะ" ข้าพเจ้าหัวเราะเบาๆก่อนจะตอบกลับไป "ผมไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะไปฉลองกับใครได้น่ะ"

 

"คนสำคัญของคุณยังหาเค้าไม่เจออีกงั้นหรือ" โฮล์มส์เอ่ยถามทั้งที่สายตายังคงจับจ้องไปในที่ที่ห่างไกลโดยไม่หันกลับมามอง

 

"เจอแล้วล่ะ" ข้าพเจ้าสังเกตได้ว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย เมื่อข้าพเจ้ากล่าวตอบ

 

"แล้วไปไหนซะแล้วล่ะ"

 

"ไม่ได้ไปไหนหรอก แค่หัวใจของเค้าเป็นของคนอื่นไปแล้ว" เขาหันกลับมามองช้าๆ ข้าพเจ้าพยามยิ้มแต่รอยยิ้มนั่นคงจะฝืนน่าดู

 

"แย่หน่อยนะ" เขากล่าว ก่อนยกแขนขึ้นโอบและตบบ่าข้าพเจ้าเบาๆ "เราสองคนนี่ชักจะเหมือนกันมากเกินไปแล้วนะเมอริอาร์ตี้"

 

"ดูไม่ออกเลยว่าจะมีคนทิ้งคนอย่างคุณไปได้ยังไงกัน" ข้าพเจ้าแกล้งถามอย่างสงสัยทั้งที่ตัวการมันก็ตัวข้าพเจ้าเองนั่นแหละที่แยกพวกเขาออกจากกัน

 

"จะยังไงมันก็เกิดขึ้นแล้วล่ะ ช่างมันเถอะ ในคืนที่เห็นคนอื่นสนุกสนานกันแบบนี้ คนอย่างพวกเรามันน่าจะเมาหัวราน้ำกันไปข้างแท้ๆ แต่บรรดาร้านเหล้าก็ดันใจร้ายไม่ยอมเปิดบริการเสียนี่" เขาเอยประชดเล็กๆเหมือนจะทำให้เรื่องเศร้านี้ตลกขึ้นมา หากแต่ในครั้งนี้มันกลับไม่สามารถเรียกเสียงหัวเราะได้จากผู้ฟังอย่างข้าพเจ้า

 

"เอ่อ...ถ้าคุณไม่รังเกียจ..ไปดื่มต่อที่ห้องพักของผมก็ได้นะ" ข้าพเจ้าเอ่ยถามออกไปโดยไม่ได้หวังว่าเขาจะตอบตกลง เพราะจะอย่างไรเราก็เป็นเพียงคนที่รู้จักกันแค่ 2 วันเท่านั้น

 

"เอาสิ"

 

และนั่นก็คือจุดหักเหที่เปลี่ยนความเส้นทางของพวกเราให้ผิดเพี้ยนไปจากที่ควรจะเป็น และมันก็เป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอีกครั้งของข้าพเจ้า

 

พวกเราใช้เวลาไม่นานนักสำหรับการเดินทางไปยังห้องพัก ห้องพักที่แท้จริง ไม่ใช่สถานที่นัดพบเพื่อตกลงหรือเจรจาธุรกิจ แต่เป็นห้องพักส่วนตัวที่เพิ่งได้รับแขกคนแรก

 

"ดูเงียบเหงาจังนะ" โฮล์มส์กล่าวเมื่อเดินเข้ามาภายในตัวห้องที่ตกต่างแบบเรียบๆไร้สีสัน สีของมันชวนให้รู้สึกหม่นหมอง หรือเพราะพวกเรากันแน่ที่ทำให้บรรยากาศรอบๆห้องดูเศร้าสร้อย

 

"ปกติน่ะ" ผมเอ่ยพลางชี้ไปยังโซฟารับแขก ที่ไม่เคยได้ใช้งาน "เดี๋ยวผมจะไปเอาเบียร์มมาคุณรออยู่ตรงนี้ไปก่อนนะ" ก่อนที่จะเข้าไปในครัวเพื่อหยิบเบียร์กระป๋องที่ตุนเอาไว้

 

"ให้ความหวัง ทั้งที่ไม่สามารถตอบรับความรู้สึกได้ แต่ก็ยังมาทำใจดีด้วยแบบนี้เนี่ย ใจร้ายมากเลยนะคุณว่าไหม"  อาจเพราะภายในห้องมีเพียงแค่แสงไฟจากเตาผิงที่ถูกจุดเอาไว้ก็เป็นได้ทำให้ใบหน้านั้นดูว้าเหว่อย่างประหลาด

 

"ผมว่าบางทีความมันอาจจะเป็นเพราะความไม่เด็ดขาดเค้าล่ะมั้ง" ข้าพเจ้าเอ่ยก่อนวางกระป๋องลงข้างๆ แล้วเราก็เริ่มดื่มกันเงียบๆ

 

อันที่จริงข้าพเจ้ารู้มาว่าคนที่อยู่ในสภาพเศร้าเสียใจจะเมาได้ง่ายกว่าปกติ แต่ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะเป็นจริงเพราะยังไม่เคยได้ลองกับตัวเองจนกระทั่งเบียร์กระป๋องที่สี่ผ่านเข้ามาในกระเพาะนั่นแหละข้าพเจ้าถึงเริ่มรู้สึกว่าสติสัมปชัญญะทั้งมวลก็เริ่มที่จะเหือดหายไปตามลำดับ และนั่นก็รวมไปถึงความยับยั้งชั่งใจอันพึงมีในช่วงเวลาเช่นนี้ด้วย

 

"นี่โฮล์มส์คุณรู้รึเปล่ามีวิธีนึงที่สามารถปลดปล่อยความเจ็บปวดนั้นเพียงชั่วคราวนะ" ข้าพเจ้ากล่าวขึ้นมา หลังจากที่เห็นคู่สนทนาเริ่มที่จะฟุบลงกับโต๊ะ

 

"งั้นหรือ" เขาเอ่ยเรียบ พลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเราสามารถรับรู้ได้ถึงลมหายใจของกันและกัน

 

"น่าสงสารจังนะ" ข้าพเจ้าเอ่ยขณะที่ยกนิ้วเรียวขึ้นไล้ใบหน้าซีดเซียว "อยากลืมเหมือนกันสินะ เรื่องของคนแสนดีที่โหดร้ายนั่นน่ะ แต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ลืมไม่ได้เสียทีใช่รึเปล่า"

 

หากแต่ถ้าเจ้ายื่นมือไปออกไปรับสิ่งที่ไม่ใช่ของตนกลับมา ย่อมต้องเสียสิ่งใดที่มีค่าเท่าเทียมกันออกไปเพื่อแลกเปลี่ยน กฎแห่งการแลกเปลี่ยนนั้นทั้งที่เราทั้งคู่ต่างก็รู้ดี แต่ก็ยังดึงดันที่จะฝ่าฝืนมัน

 

"เรื่องนั้นช่างมันเถอะ" โฮล์มส์เอ่ยอย่างแผ่วเบาก่อนจะประกบริมฝีปากลงมา มันรวดเร็วเกินกว่าจะได้ทันตั้งตัว ข้าพเจ้าจึงทำเพียงแค่นั่งนิ่งๆอยู่บนโซฟาจนกระทั่งเขาถอนริมฝีปากออกไป

 

"หลับตาลงโฮล์มส์" ข้าพเจ้าเอ่ยขึ้นหลังจากที่เห็นแววตาที่สับสนของเขา "แล้วจินตนาการว่าผมเป็นคนรักของคุณ"

 

หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็ผลักเขาลงบนโซฟาที่ดูจะคับแคบเกินไปสักนิดสำหรับคนสองคน ก่อนที่จะบดเบียดริมฝีปากของเราทั้งคู่เข้าหากันอีกครั้งพลางสอดลิ้นร้อนเข้าไปควานหาความหอมหวานที่เคยได้ลิ้มรส มือที่ว่างอยุ่ก็เลื่อนไปปลดกระดุมเสื้อของเขาออก ก่อนจะตามมาด้วยเข็มขัด

 

"อา...."เขาครางเบาๆเมื่อริมฝีปากได้รูปเปลี่ยนเป้าหมายจากริมฝีปากมาเป้นบริเวณซอกคอขาว ก่อนจะสร้างร่องรอยแห่งความเป็นเจ้าของเอาไว้

 

ข้าพเจ้าค่อยๆลิ้มรสร่างกายของเขาอย่างไม่รีบร้อนจะอย่างไรเราก็มีเวลาคืนนี้ทั้งคืนอยุ่แล้ว จากซอกคอก็ตามมาด้วยแผ่นอกขาวที่ค่อนข้างจะซีดไปสักนิดคงเป็นเพราะเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องไม่ยอมออกมารับแสงเดือนแสงตะวัน

"อีะ.." เขาครางออกมาอีกครั้งเมื่อถูกเล้าโลมที่ส่วนอ่อนไหว ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเสียงหอบกระเส่าเมื่อร่างกายถูกรุกเร้าหนักขึ้น

 

ข้าพเจ้าประกบริมฝีปากของพวกเราเข้าหากันอีกครั้ง ก่อนที่จะแทรกกายเข้าไปจนสุดในทีเดียว เรียกเสียงครางลั่นจากร่างเบื้องใต้เมื่อถอนริมฝีปากออกมาแล้วขยับเข้าออกอย่างรวดเร็ว พวกเราแทบจะครางออกมาพร้อมๆกันเมื่อถึงจุดสิ้นสุด

 

"อา...อย่าไปเลยนะวัตสัน" เขาเอ่ยออกมาเป็นประโยคสุดท้ายก่อนที่จะสิ้นสติ วินาทีนั้นข้าพเจ้าเพิ่งได้รู้ตัวเองว่าได้ทำความผิดพลาดครั้งใหญ่ลงไปแล้ว ถ้าเซ็กส์ที่ไม่มีความรักมาเกี่ยวข้องมันก็ไม่ใช่เซ็กส์ งั้นถ้ามีแค่ความรักเพียงข้างเดียวล่ะมันคืออะไร

 

ข้าพเจ้านั่งจ้องมองเขาอยู่จนเช้าหลังจากจัดการเช็ดเนื้อเช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้จนเสร็จ ก่อนที่จะตัดสินใจก้าวออกไปจากที่นี่ทิ้งไว้เพียงกระดาษแผ่นหนึ่งที่มีถ้อยคำเพียงไม่กี่ประโยค

 

"ขอโทษด้วยนะที่ผมไม่ได้อยู่รอ แต่คิดว่าคุณคงยังไม่อยากจะพบหน้าผมเท่าไหร่ ที่จริงแล้วเราไม่ควรที่จะมีอะไรลึกซึ้งเกินกว่าที่ควรจะเป็นเพราะมันจะทำให้คุณลำบาก นักสืบไม่ควรจะสืบคดีด้วยความรู้สึกส่วนตัวหรอกนะ เราคงจะได้พบกันอีกในอนาคต แม้ผมจะไม่ต้องการเช่นนั้นก็ตาม จากนี้ไปคุณคงไม่มีเวลามานั่งเศร้าแล้วล่ะ เพราะจะมีคดีเข้ามาหาคุณไม่หยุดหย่อนเลย ผมรับประกัน ดีใจจริงๆที่ได้เจอคุณ"

 

 

....เมื่อฝ่าฝืนกฎที่ขีดเส้นเอาไว้แล้ว...

...คุณก็ต้องเตรียมใจที่จะพบกับความสูญเสีย...

 

Talk : อ๊ายย.....nc ครั้งแรกค่ะ เป็นไงมั่งอ่ะพอไหวมั๊ย....ทั้งที่ตั้งใจว่าคู่หลักคือหมอโฮล์มส์แท้ๆ แต่ทำม๊ายทำไมเมอริถึงมือไวใจเร็ว ได้โฮล์ม์ไปครองซะงั้นอ่ะ วันนี้อัพเย็นไปหน่อยนะนี่เหอๆ อาทิตย์หน้าต้องไปเป็นเด็กหอแล้วอ๊า....คงจะอัพได้ช้ากว่าเดิมแหงๆ  ที่จริงแอบดีใจเอามากๆที่พี่หนาวอ่านจนพีคแล้วเอาไปวาดรูปด้วย ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ไม่นึกไม่ฝันว่าคนที่ความสามารถด้านภาษาติดลบอย่างเราจะมีคนอ่านฟิคแล้วอินมากขนาดนี้เลยนะเนี่ย ยังไงก็ฝากติดตามต่อทุกๆคนเลยนะคะ ^^

Comment

Comment:

Tweet

อ๊ายยยยยยย นํ้าตาจะไหล  
เป็นncครั้งแรกที่เริ่มต้นด้วยดีเลยฮ่ะ  >_< 

หนุกๆๆๆชอบๆๆๆ

#15 By nanao5o3 (103.7.57.18|180.183.131.225) on 2012-11-18 19:37

พึ่งมาอ่าน...
อยากจะบอกว่า...
มอริจะเร็วไปม้ายยยยยย
สองคืนเองนะเฮ้ย!!
คืนแรกก็เอาปากเค้าไปแล้ว คืนสองเอาทั้งตัวเลยเร้อ
=[ ]=!!
ปล.มอริเนียนได้โล่ห์

#14 By RunRun (125.27.208.72) on 2011-04-03 09:04

ศาสตราจารย์ไวมากค่ะ

แอร๊ย~~~~~

สองคืนเองนะ!!!ทำไมไวอย่างนี้ //ปาดเลือด

#13 By m on 2010-05-17 17:04

อ้าย อ่านแล้วเพ้อเลยค่ะ
คิดว่าที่เมอร์ริอาตี้มือไวขนาดนั้นเพราะเก็บกดมานานล่ะสิ
ยิ่งแบบว่าเจอกันครั่งนึงแล้วห่างๆไปอีกครั้งเนี่ย มันรู้สึกเหมือนทนไม่ไหวเนอะ? (มึนๆแฮะเรา = =")
แล้วยิ่งอารมณ์ประมาณคนเหงาๆ 2 คนมาเจอกันเนี่ยอะไรมันกเกิดขึ้นได้เลย


ขอท้วงนิดนึงค่ะ สมัยนั้นน่าจะยังไม่มีเบียร์กระป๋องนะคะ

#12 By double on 2010-05-11 08:47

อ๊อซๆๆๆๆๆ

โฮล์มส์

สงสารมอริอาร์ตี้อ๊ะ!!

งัยๆ

ใจของโฮล์มส์ ก้ต้องเปนของวัตสัน

TT^TT

ดราม่าสุดๆ

#11 By : ))) (58.9.51.106) on 2010-05-03 12:53

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

เพิ่งได้ตามมาอ่าน

2ตอนรวดเลยค่ะ

สุดยอดดด
ภาษาที่ใช้สวย ชอบมากกกก

ดำเนินเรื่องก็ดีค่ะ

สงสารทั้งโฮล์มสืทั้งมอริอาร์ตี้เลยง่าส์

แต่งต่อนะค้า เป็นกำลังใจให้ แฮ่กๆๆ
/เกาะแข้งเกาะขา

ปล.เคะรุ้กกกกกกกกกก

#10 By K@De เห็ดแดง on 2010-04-17 01:55

ก่อนอื่น ซับเลือด

ถ้าเซ็กส์ที่ไม่มีความรักมาเกี่ยวข้องมันก็ไม่ใช่เซ็กส์ งั้นถ้ามีแค่ความรักเพียงข้างเดียวล่ะมันคืออะไร

สะเทือนใจแทน
รักข้างเดียวนี้ อะ์ฮื้ดดด

ดาเมจคนอ่าน อ้ากกกก

#9 By สมโมว์ on 2010-04-17 01:49

เอิ่ม~ แม่เจ้า O.O
ปิ๊งๆ.....

เรียบเรียงคำพูดดีจ้าขอชม
เอิ่ม ฉาก nc *.* +55555


ปล รหัสเข้าบล๊อค+555

sad smile sad smile

#8 By Brighten (124.120.20.119) on 2010-03-24 14:12

เพิ่ง หัด ทำบล็อก อ่ะค่ะ
ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ!!

#7 By little.bluemint on 2010-03-23 12:26

ฉันว่าแกทำได้ดีตรงที่บรรยายฉากเรทให้มันผ่านไปเร็วๆ แนวเรื่องแบบนี้วาบหวามนานมันไม่คลาสสิคเว้ย 5555555555555 ( หรือจริงๆคือมึงเขิน /ช๊อค )

การมีอะไรกัน คือ เซ็กส์

การมีอะไรกันด้วยความรัก คือ เมคเลิฟ

This is sex. Not makelove.

กุกระแดะใช้ภาษานอกทำไม /แคะ

#6 By KUN on 2010-03-23 01:50

บร๊ะเจ้า อ๊ากกกก จิ้นกระฉูด 5555
แต่...มันจบเร็วจังวุ้ย
อยากอ่านนานๆ
อุ้ย ทำไมกุหื่นยังงี้ ก๊ากๆ

#5 By NuiNui (124.120.90.138) on 2010-03-21 23:01

อุก......//กำเดาหยด...





มรึงเพิ่งเจอกันสองคืนเองนะโว้ยยยยยยยยย!!!







ว้ายยยย~~~ เรท อ๊ายยยย~~~~







เห็นพี่ยุ้ยอัพแล้วแบรบว่า




พี่ยุ้ยอ่ะ จะฟิตเกินไปแล้วนะะะะะะ





ฟาทำไม่ได้หรอกอัพฟิคทุกอาทิตย์อร้าาาาาา




รออัพคราวหน้า //เดินไปอุดกำเดา

#4 By TooFar on 2010-03-21 21:13

(ตาย........คาหน้าคอม)

สะ...สุดยอด โฮล์มส์ยั่วมาก

อั่ก.....(จมกองเลือด)

เผาฟิคคู่นี้ไปให้พะยูนด้วยนะคะ (ตายพร้อมชูนิ้วโป้ง)

เฮ้ยยยยยยยยยยยยยย จ๊วบแล้ววววววววววววววว


ชอบเลยยยยยยยยย โดนจายยยยยยยยยยยยยยย


"อา...อย่าไปเลยนะวัตสัน" << ชอบประโยคนี้โว้ยยยยย



อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก



-/อ่านแล้วนอนตายอย่างสงบ



เขียนต่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#2 By Run Skywalker on 2010-03-21 19:35

เฮ้ย...คนแรก เป็นเกียรติอย่างยิ่ง.....



ไม่ใช่แล้ว... คนละเรื่อง...


คือแบบบบบบบบบ

แบบบบบบบ

แบบบบบ





คืนที่สองนะเว้ยเฮ้ยยยยยยย




วันหลังเขาจะไปเล่นเน็ตบ้านมอริอาตี้แล้วล่ะ

Wifi อย่างแรง...



กร๊าซซซซซซซซ

จะบอกให้แต่งต่อก็กระไร... เจ็บแทนมอริอาตี้...



แต่ก็...ถ้าแต่งได้ล่ะก็...จะประเสริฐมากมายเค่อะ(อ่าว อีนี่...)


/อ้อน จขบ. งี้ดๆๆๆ แต่งต่อนะตัว......

#1 By NARIzter on 2010-03-21 18:30