[Fic Holmes] Parallel way [3]
posted on 04 May 2010 20:51 by gloomygirls in Fictionกรุณาอย่าลืมว่าคอมเม้นต์คือแหล่งพลังงานสำคัญของนักแต่งฟิคนะคะ^^
Title : Parallel way [3] Warning Yaoi!!
Author : ++YuHankunG ++ (gloomygirl_loveless@hotmail.com yuhankung@gmail.com)
Fandom : Shrelock Holmes
Pairing : moriaty x holmes
Rate : PG-15
Category : Drama
Note : หายหัวไปเรียนอินเทนซีฟมาค่ะ^^
..งานแต่งงานยังคงสามารถดำเนินต่อไปได้..
..แม้จะไม่มีเพื่อนเจ้าบ่าว..
...แต่ถึงอย่างนั้นกันก็ยังยืนอยู่ตรงนั้น...
แพขนตาหนากระพริบถี่ๆเพื่อปรับระดับแสงภายในห้องสีทึม ก่อนที่ชายหนุ่มจะลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า เขาค่อยๆนั่งอย่างสงบในท่าที่สบายที่สุดเพื่อลำดับความคิดต่างๆ เมื่อวันก่อนเขาไปร่วมงานสำคัญแห่งหนึ่ง ใช่...วันสำคัญที่สุดในชีวิตของเพื่อนรัก....วันแต่งงานของวัตสัน
เสียงเพลงบรรเลงบรรเลงอย่างไพเราะภายในโบสถ์แสนกว้างขวางที่แออัดไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาที่มาร่วมแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว วัตสันในชุดทักซิโด้สีดำสนิทยืนอยู่เบื้องหน้าเขา สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุขและยิ้มกว้าง ในยามที่ขบวนเจ้าสาวเดินมาเข้ามาภายในโบสถ์
"คุณวัตสัน คุณจะยอมรับ คุณมอสแตนด์เป็นภรรยาหรือไม่" เสียงบาทหลวงกล่าวขึ้นตามบทที่คุ้นเคย
...อย่านะ...ได้โปรดเถอะ...อย่าตอบตกลงนะ....แกจะรู้บ้างไหมว่ากันได้แต่พูดประโยคนี้ซ้ำๆในใจเป็นล้านๆครั้งในพิธีกล่าวสัตย์สาบานของแก แอบหวังอยู่ลึกๆอย่างลมๆแล้งๆ ความหวังที่แม้แต่คนวิกลจริตยังรู้เลยว่ามันไม่มีเหตุผล แกรักหล่อน และหล่อนเองก็รักแก นอกจากนี้ยังเป็นคู่แต่งงานที่ทั้งเหมาะสมและคู่ควร แต่ทว่าบางส่วนในใจของกันกลับไม่ยอมรับมันแถมยังอยากจะหนีความจริงนี้ไปให้พ้นๆเสียด้วยซ้ำ
"รับครับ"
คำพูดของแกทำเอากันแทบตะโกนร้องค้าน แต่กันก็ไม่ทำ เพราะกันไม่อยากให้แกลำบากใจ กันได้แต่ยืนมองแกกล่าวยอมรับ และสวมแหวนให้กับผู้หญิงคนนั้นในขณะที่ริมฝีปากแห้งผาก แล้วกันก็ปล่อยให้เรื่องเลยผ่านไปโดยไม่ได้ทำอะไรลงไป บางทีการที่กันไม่บอกอะไรแกออกไปคงจะดีกว่า ในเมื่อมันเป็นความลับมาตลอด 5 ปีที่ผ่านมามันก็ควรจะเป็นความลับต่อไป
แต่กันก็ทำเรื่องที่ผิดพลาดลงไปจนได้ ทั้งที่กันคิดว่ามันคงจะไม่เป็นอะไรนักหากจะไปเข้าร่วมงานเลี้ยงแต่งงานของแก แต่กันคิดผิด กันไม่สามารถทนเห็นแกหัวเราะและยิ้มอย่างนั้นให้กับคนอื่นที่ไม่ใช่กัน เตกีล่าแก้วแล้วแก้วเล่าที่ผ่านริมฝีปากลงไปไม่สามารถดับอารมณ์ที่ขุ่นมัวของกันได้เลยแม้แต่น้อย จนทำให้กันต้องขอตัวกลับก่อนที่จะไม่สามารถควบคุมตนเองได้อีกต่อไป แต่กันก็ดีใจมากนะ ที่แกยืนยันจะมาส่งกัน แต่มันคงจะไม่เหมาะนัก เพราะงั้นกันจึงปฏิเสธไปตามที่กันเห็นสมควร
บางทีกันคงจะใช้สมองมากจนเกินไปกับทุกเรื่อง ปล่อยให้สติเป็นตัวควบคุมจิตใจจนอาจจะทำเรื่องที่ต้องเสียใจในภายหลัง แต่มันก็เป็นเรื่องที่ตัดสินใจไปแล้ว เป็นการเปล่าประโยชน์ที่จะไปสำนึกเสียใจให้กับมัน กันยิ้มให้กับความคิดตัวเองเล็กน้อยก่อนที่จะเดินเข้าไปยังบาร์แห่งหนึ่งบนถนนสายนั้น เพื่อหาอะไรดื่มอีกสักเล็กน้อย
...ในเมื่อคิดจะเมาแล้วมันก็ต้องเมากันให้สุดๆสิจริงไหม?...ให้ตายเถอะ นี่มันเป็นตรรกะที่บัดซบที่สุดในชีวิตกันเลยล่ะ ชายหนุ่มคิดก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อนึกย้อนกลับไป อา...ใช่ แล้วหลังจากนั้น...
ในขณะที่ว้อดก้าแก้วที่สามกำลังจะผ่านเข้าไปในปากกัน ผู้ชายคนหนึ่งก็ทรุดตัวลงนั่งข้างๆและทักทายกันราวกับคนที่เพิ่งรู้จัก จากการแต่งตัวนั่นพอจะอนุมานได้ว่าเป็นพวกครูบ้านนอกที่เพิ่งจะเข้ากรุง แต่กันก็รู้ว่ามันไม่ใช่ หมอนี่อาจจะเป็นอาจารย์ก็จริงแต่ก็ต้องไม่ใช่พวกบ้านนอกแน่ๆ ทั้งการอนุมานที่เฉียบแหลมนั่นบอกให้กันรู้ว่าคงจะไม่สามารถแบไต๋ออกมาดูได้ง่ายๆ แต่อีกเหตุผลที่ทำให้กันมั่นใจเสียยิ่งกว่ามั่นใจ นั่นก็เพราะ กันเคยพบกับเขามาแล้ว เมื่อเช้านี้ในงานแต่งงานด้วยเครื่องแต่งกายที่เลิศหรูราวกับว่านี่เป็นคนละคน
เรานั่งอนุมานที่มาของเหล่าผู้คนที่แวะเวียนกันเข้ามาอย่างสนุกสนานจนสติของกันเริ่มจะเลือนราง จนแยกไม่ออกว่าอันไหนคือความจริงความฝัน กันก็หลุดปากประโยคหนึ่งออกไปโดยไม่ทันคิด
"รู้อะไรไหม ผมว่าคุณเป็นคนใช้ได้ทีเดียวเลยนะ แม้แต่รูมเมทของผมยังไม่สามารถเล่นเกมกับผมได้ถูกคอขนาดนี้เลย"
ในตอนนั้นกันแอบเห็นว่าหมอนั่นยิ้มอย่างดีใจ แต่ไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองก็แอบยิ้มอยู่เล็กๆเหมือนกัน รู้ทั้งรู้ว่าหมอนั่นคิดยังไงแต่กันก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ กันเคยบอกแกแล้ววัตสันว่ากันไม่ใช่คนดีพร้อม กันรู้ดีว่าการพบกันครั้งนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นเขาจงใจที่จะมาพบกันเพื่อทดสอบอะไรบางอย่าง รวมถึงความรู้สึกที่มีต่อกัน คืนนั้นกันจึงจงใจที่จะกลับโดยให้เขาไปส่ง
บรรยากาศภายในรถม้าที่แสนจะเงียบสงบทำให้กันรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความอบอุ่นที่ได้รับ ทำให้เหตุผลที่ควรจะมีของกันสูญเสียไปทั้งหมด กันเรียกร้องหาแก ทั้งที่รู้ว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ กันรับอ้อมกอดที่ช่วยปลอบนั้น ทั้งที่รู้ว่ามันผิด กันรับสัมผัสที่หลอกลวงเหล่านั้นมาด้วยความเต็มใจ
ทั้งที่มันก็แค่เรื่องชั่ววูบเท่านั้นที่กันทำไปโดยไม่คิด แต่ไม่รู้ว่าทำไม ตอนที่ได้ยินบทสนทนาถึงข้อความที่เขาฝากถึงหัวใจกลับสั่นไหวอย่างประหลาด
"ช่วยบอกเขาด้วยว่าคืนนี้เป็นคืนที่สนุกมาก และผมดีใจที่ได้รู้จักกับเขา แต่หวังว่าจะไม่ต้องพบกันอีกในลอนดอนนี่นะครับ"
จะเพราะอะไรอีกถ้าไม่ใช่เขาเองรู้ตัวว่าเราอาจจะต้องกลายเป็นศัตรูกันในวันข้างหน้า
"ฮึ" เสียงสบถดังสั้นก่อนที่ชายหนุ่มจะค่อยๆลืมตาขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มซุกซน...อยากจะรู้นักว่าระหว่างเราใครจะพลาดก่อนกัน
วันคริสมาสต์อีฟ ในวันที่เงียบเหงาแบบนี้กันเริ่มรู้สึกอยากจะหาเพื่อนคุยสักคนที่ไม่ใช่แก วัตสัน เพราะมันเป็นเวลาที่แกควรจะอยู่กับครอบครัวเสียบ้าง หลังจากที่กันอ้างถือเอาเรื่องคดีหยิบยืมตัวแกมาบ้างในบางเวลา และกันก็รู้เสียด้วยว่ากันจะหาได้ที่ไหน
"นี่คุณ ร้านปิดแล้วล่ะ ไปหาร้านอื่นเถอะ" เขาอยู่ที่นี่อย่างที่กันคิดจริงๆ
"แบบนี้ก็แย่สิ ผมตั้งใจมาฆ่าเวลาที่นี่เลยรู้มั๊ย" กันหันไปกล่าวกับเขาทำราวกับว่านี่เป็นเพียงเรื่องบังเอิญ
"อา...คุณเมื่อคืนนั้น..จริงสิผมยังไม่รู้ชื่อคุณเลย" เขาเริ่มเปิดบทสทนาหลังจากที่นิ่งอึ้งไป 2-3 วิ
"ที่จริงผมไม่ค่อยบอกชื่อจริงกับใครหรอกนะ แต่จะยกให้ครั้งนึงก็แล้วกัน ผมเชอร์ล็อก โฮล์มส์" กันกล่าวพร้อมยื่นมือออกไป ไม่มีประโยชน์ที่จะโกหกเพราะเขาเองก็คงจะรู้เรื่องเกี่ยวกับกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วแน่ๆ
"ผมเจมส์ เมอริอาร์ตี้ ยินดีที่ได้รู้จักคุณนะโฮล์มส์" เขาตอบกลับไปและยื่นมืออกมาสัมผัสกัน
พวกเราหลังจากเดินออกมาจากร้านนั้นด้วยกันพลางก็คุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อยๆจนมาถึงสวนสารธารณะแห่งหนึ่ง กันก็ทรุดนั่งลงบนม้านั่ง ทำให้เขาทรุดตัวลงนั่งตาม ก่อนจะถามเอ่ยอย่างสงสัย
"มีอะไรงั้นหรือโฮล์มส์"
"ผมรู้สึกอยากจะพักน่ะ แล้ววันนี้คุณไม่ไปฉลองกับใครงั้นหรือ" กันเอ่ยถามขึ้นลอยๆอย่างไม่มีสาเหตุเพื่อไม่ให้เขาได้ทันตั้งตัว
"ฮ่ะ ฮ่ะ" เขาหัวเราะเบาๆก่อนจะตอบกลับมา "ผมไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะไปฉลองกับใครได้น่ะ"
"คนสำคัญของคุณยังหาเค้าไม่เจออีกงั้นหรือ" กันเอ่ยถามทั้งที่สายตายังคงจับจ้องไปในที่ที่ห่างไกลโดยไม่หันกลับมามอง เพราะกลัวว่าเขาจะเห็นความรู้สึกที่ถูกซ่อนเอาไว้ภายใต้หน้ากากนั้น
"เจอแล้วล่ะ" กันรู้สึกใจหายเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบที่ไม่ได้คาดคิด ก่อนที่จะเอ่ยถามกลับเสียงเรียบ
"แล้วไปไหนซะแล้วล่ะ"
"ไม่ได้ไปไหนหรอก แค่หัวใจของเค้าเป็นของคนอื่นไปแล้ว" กันหันกลับไปมองรอยยิ้มสุดฝืนนั้นช้าๆ
"แย่หน่อยนะ" กันกล่าว ก่อนยกแขนขึ้นโอบและตบบ่าเขาเบาๆ "เราสองคนนี่ชักจะเหมือนกันมากเกินไปแล้วนะเมอริอาร์ตี้"
"ดูไม่ออกเลยว่าจะมีคนทิ้งคนอย่างคุณไปได้ยังไงกัน" เขาแกล้งถามอย่างสงสัยทั้งที่เขาน่าจะรู้ว่าเป็นใครแท้ๆ ทำให้กันร็สึกหมั่นไส้ขึ้นมานิดๆ
"จะยังไงมันก็เกิดขึ้นแล้วล่ะ ช่างมันเถอะ ในคืนที่เห็นคนอื่นสนุกสนานกันแบบนี้ คนอย่างพวกเรามันน่าจะเมาหัวราน้ำกันไปข้างแท้ๆ แต่บรรดาร้านเหล้าก็ดันใจร้ายไม่ยอมเปิดบริการเสียนี่" กันเอยประชดเล็กๆ แต่กลับไม่ได้ยินเสียงหัวเราะตอบกลับอย่างที่คาดเอาไว้
"เอ่อ...ถ้าคุณไม่รังเกียจ..ไปดื่มต่อที่ห้องพักของผมก็ได้นะ" เขาเอ่ยถามตามมารยาทอย่างไม่คาดหวังว่าคำตอบของกันคือ
"เอาสิ"
และมันก็ทำให้เกมนี้ดูจะยุ่งยากซับซ้อนมากยิ่งขึ้นไปอีก เพราะมันทำให้กันเผลอเอาความรู้สึกส่วนตัวมามีส่วนร่วมในเกมจับผิดนี้เสียแล้ว
"ดูเงียบเหงาจังนะ"
"ปกติน่ะ" เขาเอ่ยพลางชี้ไปยังโซฟารับแขก ที่ท่าทางจะไม่เคยได้ใช้งาน "เดี๋ยวผมจะไปเอาเบียร์มมาคุณรออยู่ตรงนี้ไปก่อนนะ" ก่อนที่จะเข้าไปในครัว
"ให้ความหวัง ทั้งที่ไม่สามารถตอบรับความรู้สึกได้ แต่ก็ยังมาทำใจดีด้วยแบบนี้เนี่ย ใจร้ายมากเลยนะคุณว่าไหม" อาจเพราะอารมณ์มันพาไปกันเลยเผลอพูดเรื่องบ้าๆที่ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะไม่บอกให้ใครรู้
"ผมว่าบางทีความมันอาจจะเป็นเพราะความไม่เด็ดขาดเค้าล่ะมั้ง" เขาเอ่ยก่อนวางกระป๋องลงข้างๆ แล้วเราก็เริ่มดื่มกันเงียบๆ
หลังจากนั้นไม่นานกันก็เริ่มรู้สึกเหมือนจะเริ่มคุมสติตัวเองไม่อยู่ ทั้งที่ปกติเคยจะไว้ใจใครจนดื่มหนักขนาดนี้มาก่อนแท้ๆ อืมม....ดูเหมือนจะผิดจุดประสงค์ไปหน่อยนะ
"นี่โฮล์มส์คุณรู้รึเปล่ามีวิธีนึงที่สามารถปลดปล่อยความเจ็บปวดนั้นเพียงชั่วคราวนะ" เขากล่าวขึ้นมา หลังจากที่กันเริ่มที่จะฟุบลงกับโต๊ะ
"งั้นหรือ" กันเอ่ยเรียบ พลางยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนเราสามารถรับรู้ได้ถึงลมหายใจของกันและกัน ทำไมกันจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ไม่เคยคิดจะทำมันมาก่อนต่างหาก
"น่าสงสารจังนะ" เขาเอ่ยขณะที่ยกนิ้วเรียวขึ้นไล้ใบหน้าของกัน "อยากลืมเหมือนกันสินะ เรื่องของคนแสนดีที่โหดร้ายนั่นน่ะ แต่ไม่ว่าจะทำยังไงก็ลืมไม่ได้เสียทีใช่รึเปล่า"
"เรื่องนั้นช่างมันเถอะ" กันเอ่ยอย่างแผ่วเบาก่อนจะประกบริมฝีปากลงไป มันรวดเร็วเกินกว่าเขาจะได้ทันตั้งตัวจึงทำเพียงแค่นั่งนิ่งๆอยู่บนโซฟาจนกระทั่งกันถอนริมฝีปากออกไป ...นี่กันกำลังทำบ้าอะไรอยู่...บ้าไปแล้วชัดๆ...ใช่สิ..อยากจะลืมแทบตาย...แต่ทำยังไงก็ลืมไม่ได้...แม้แต่ตอนที่ใช้ยา...ในหัวก็ยังมีแต่ภาพแกเลยวัตสัน
"หลับตาลงโฮล์มส์" เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ หลังจากจ้องหน้าผมอยู่สักพัก"แล้วจินตนาการว่าผมเป็นคนรักของคุณ"
คืนนั้นเรามีอะไรกันอย่างเต็มใจและสติครบถ้วน โดยรู้ดีว่าเมื่อตื่นขึ้นมาทั้งหมดจะเป็นเพียงแค่ฝันตื่นหนึ่ง ตลอดเวลากันรู้สึกตัวดีทั้งหมด แล้วก็ยินดีที่จะใช้คนอื่นแทนแกเสียด้วยวัตสัน อาจจะฟังดูน่ารังเกียจแล้วไม่ยุติธรรมต่อเมอริอาร์ตี้ แต่มันก็เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ เพราะว่าแกเป็นคนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของกันเพราะงั้นกันจะไม่ทำเรื่องที่ทำให้แกต้องลำบากใจเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นมิสมอสแตนด์ คุณไม่รู้หรือว่า
....ชู้รัก ย่อมเหนือกว่า เจ้าสาวใหม่...
The end part 3
Talk : อะไร ยังไง ทำไม มันถึงออกมาแบบนี้ห๊า....ขอโทษจริงๆค่ะถ้าออกมาไม่ถูกใจมันแบบว่า ชอบไอ้ประโยคจบจริงจังจนอยากเอามาลงฟิค โฮล์มส์เลยกลายเป็นเคะนิสัยเสียไปเลย - -‘ โปรเจกต์ช่วงนี้เยอะมากมายจะค่อยๆทยอยทำก็แล้วกันนะแบบไม่มีลำดับความสำคัญ ใช้ลำดับอารมณ์เอา(เลววว...) อ๊า...แล้วก็ไอรอนแมน2 อาเจ๊น่ารักมากมายอ่ะ เฮ้ออ.....ช่วงนี้ออกไปนอกบ้านทุกวันจนเริ่มรู้สึกว่าเงินไม่น่าจะพอปลายเดือนแน่ๆเลย(เมื่อเย็นไปดูเจ๊มารอบสองด้วยแหะ-*-)...อา...เอาไว้ค่อยคิดอีกทีละกันะตอนนั้น555+
*EDIT
มีคนบอกว่าน่าจะมีการตอบคอมเม้นด้วยอ่ะ ซึ่งก็ไม่ได้เสียหายอะไรเลยลองทำดู
อันนี้เป็นของตอนที่แล้วนะ^^
#1 By NARIzter on 2010-03-21 18:30
555+ คือจะบอกว่า เมอริไม่ได้ไวไฟนะคะ เค้าแอบรักแอบโสตรกของเค้ามานานแล้วนะเออ แล้วเมอริก็น่าสงสารจริงๆล่ะค่ะ แต่ช่วยไม่ได้ เพราะมันต้องดราม่า


