Drabble [mis]: The sunflower. (Mr.S X JOKER)

posted on 07 May 2014 20:58 by gloomygirls in Fiction

 

Note: เพราะฉันเป็นแฟนเกิร์ลของชิพนี้ยังไงล่ะ #ผิด

 

**แฟนฟิคเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นกับเนื้อเรื่องที่มีอยู่จริงในคอมมู


 

ว่ากันว่าดอกทานตะวันเป็นดอกไม้ที่จะหันตามดวงอาทิตย์เสมอ

ดังนั้นจึงได้เป็นดอกไม้อันเป็นที่นิยมมอบให้แก่กันเพื่อสื่อถึงรักอันมั่นคง







“รักของฉันมั่นคงและภักดีต่อเธอเสมอ ดุจดั่งทานตะวันที่ไม่เคยหันมองผู้ใดนอกจากดวงอาทิตย์”



...นั่นคือความหมายของดอกทานตะวัน…






ทว่าทุกอย่างล้วนมีที่มาที่ไป ดอกทานตะวันนั้นกำเนิดมาจาก ไคล์ธี หญิงผู้หลงรักใหลในเทพอะพอลโล่ บางตำนานก็กล่าวว่านางเป็นเทพอัปสรประจำน่านน้ำที่ได้แต่คอยเฝ้ามองเทพแห่งดวงอาทิตย์จนกระทั่งคลาดสายตาในทุกๆวัน บ้างก็ว่านางเป็นเจ้าหญิงซึ่งถูกพันธนาการในหอคอยแล้วลอบหนีออกมาเพื่อที่จะได้อยู่ท่ามกลางแสงอาทิตย์และได้ชื่นชมผู้ซึ่งเป็นที่รัก และคอยแต่เฝ้ามองเทพอะพอลโล่จนกระทั้งสิ้นใจ


มีอีกหลากหลายที่มาหากแต่สิ่งที่ทุกตำนานต่างก็กล่าวเป็นเฉกเช่นเดียวกันคือความมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงในรัก



“ตอนที่บอกว่าจะไปดูทุ่งดอกไม้ผมนึกว่าจะเป็นพวกกุหลาบแดงยาวสุดลูกหูลูกตาอะไรทำนองนั้นเสียอีก?” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยรอยยิ้มขณะทอดสายตามองไปยังทุ่งดอกไม้สีเหลืองสดที่เบื้องหน้าตัดกับท้องฟ้าสีครามสวย สองร่างแอบอิงกันอยู่บริเวณกระโปรงหน้าของรถสปอร์ตสีแดงอย่างผ่อนคลาย



อบอุ่น……..และสงบสุข


เรียบง่ายมากเสียจนแทบไม่น่าเชื่อว่าในวันวานมือข้างเดียวกันกับที่กุมกับชายคนรักนั้นจะกุมอยู่บนกระบอกปืนที่เย็นเฉียบ กลิ่นเลือดและเขม่าควันปืนได้ถูกชะล้างจนสิ้นเหลือเพียงกลิ่นหอมอ่อนๆจากแชมพู


“มันดูเข้ากับชั้นมากว่า?” ชายวัยกลางคนหัวเราะแผ่วอย่างขำขัน เป็นเสียงหัวเราะจากใจจริงไม่ใช่เสแสร้งดั่งยามเจรจาธุรกิจกับคู่ค้า เนื่องเพราะในบัดนี้พวกเขาทั้งสองคนไม่ใช่หัวหน้าองค์กรก่อการร้ายและมือขวา




หากแต่เป็นเพียง ..คุณอัล กับ แจ๊คคิล


“เพราะว่าคุณอัลดูสง่างาม…” แจ๊คคิลปล่อยมือที่กุมกันอยู่ก่อนยกขึ้นไล้โครงหน้าอย่างแผ่วเบา “หรุหรา…” ก่อนจะเลื่อนต่ำลงมายังเสื้อแบรนด์เนมสุดหรูแล้วปล่อยมือออกก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์ “และ…...มีหนามแหลมคม”


“งั้นนายก็เป็นพวกชอบความเจ็บปวด? รู้ทั้งรู้ว่ากุหลาบมีหนามแหลมแต่ก็ยังเข้ามาพัวพันอยู่อีกนี่นา” ซิลเวียนเอ่ยหยอกล้อก่อนจะยกมืออีกฝ่าขึ้นดูทำท่าราวกับจะสำรวจว่ามีแผลอันเกิดจากหนามกุหลาบนั่นหรือไม่


“บางที …….. ผมก็คิดว่าใช่นะครับ” ชายหนุ่มเอ่ยเบาๆอย่างครุ่นคิด



….ถ้าหากได้สัมผัสกับกุหลาบดอกงาม ถูกบาดเอาเสียบ้างจะเป็นไรไป?....





บทสนทนาเงียบลงชั่วขณะ ก่อนที่ซิลเวียนจะร้องออกมาเบาๆก่อนฟุบลงบนบ่าอีกฝ่าย “ไคล์ นายนี่จริงๆเลย… งั้นถ้าชั้นเป็นกุหลาบนายคิดว่าตัวเองเป็นอะไรล่ะ?”



ดวงตาสีฟ้าอ่อนเบิกกว้างให้กับคำถามที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ดอกไม้มีเยอะแยะมากมายก็จริงอยู่ แต่ตัวเขาที่วันๆฝึกฝนแต่เรื่องการต่อสู้ การจะมาข้องเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้น้อยยิ่งกว่าน้อย แม้จะเคยได้รับฟังถึงเรื่องราวของภาษาดอกไม้อะไรเทือกนี้มาบ้างแต่ให้นึกออกในยามกระทันหันกลับมิใช่เรื่องง่าย




เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเงียบไปนานซิลเวียนจึงเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา



“ชั้นคิดว่านายเหมือนดอกทานตะวัน” เขาค่อยๆผละออกพร้อมกับจูงมือแจ๊คคิลใหห้กระโดดลงจากกระโปรงรถเพื่อเดินเข้าไปในทุ่งด้วยกัน “เพราะว่าดอกไม้เหล่านี้ … ไม่ว่าจะเช้า สาย บ่าย เย็น ต่อให้ฝนตกหนัก หรือน้ำท่วม ตราบใดที่มันยังมีชีวิตอยู่



ดอกทานตะวันจะหันหน้าเข้าหาดวงอาทิตย์เสมอ” ประโยคนั้นหยุดลงก่อนที่มือใหญ่จะวางลงบนเรือนผมของอีกฝ่ายแล้วขยี้หัวแบบเอ็นดู


“แถมยังดื้อเหมือนกันไม่มีผิด”










แจ็คคิลร้องโวยอย่างไม่จริงจังนักก่อนที่จะยื่นมือไปจี้เอวอีกฝ่ายคล้ายจะเอาคืน แต่กลับถูกหลบไปเสียได้

และกลับกลายเป็นว่าเกิดการเล่นวิ่งไล่จับของผู้ใหญ่ตัวโตสองคนที่เล่นกันเหมือนเป็นเด็กๆ





พวกเขาทั้งสองคนหัวเราะให้กันอย่างสนุกสนาน









เก็บภาพความทรงจำที่มีความสุข ก่อนที่บทละครฉากสุดท้ายจะเริ่มเปิดม่าน























ดวงอาทิตย์ตกลงแล้วและวันหยุดพักผ่อนก็จบลง


ซิลเวียนทอดสายมองไปยังร่างที่หลับไหลอย่างเหนื่อยอ่อนบนเบาะด้านข้างอย่างอ่อนโยนก่อนจะพึมพำด้วยเสียงแผ่วเบา


“ความจริงแล้ว ดอกทานตะวันยังมีอีกความหมายหนึ่ง คือ สักวันชั้นจะชนะใจเธอ……...เหมือนนายจะทำสำเร็จแล้วนะ ไคล์”





THE END (ล่ะมั้งนะ).


Comment

Comment:

Tweet

ตายๆๆๆๆๆๆฉันตาล ชนะใจเธอโอ้ยทำไมพูดจบได้โอ้ยยยยยย

#1 By palantir (101.108.133.243|101.108.133.243) on 2015-02-10 20:41