Fiction [TMR] : A fucking nightmare.

posted on 17 Nov 2014 19:50 by gloomygirls
Fiction: A fucking nightmare.
Pair: Minho x Newt, Newt x Minho
Rate: R-18

Note: PWP

คำเตือน: ฟิคนี้ไม่มีพลอตหรือสาระใดๆทั้งสิ้น ไม่เหมาะแก่เยาวชนและผู้ต้องการเสพงานแบบมีคุณภาพ
 
 
 
 
 
 
 

มินโฮไม่เคยเชื่อเรื่องผีสางหรือสิ่งลี้ลับมาตลอดชีวิตยี่สิบแปดปีในแอลเอ
และเขาคิดว่ามันคงจะเป็นเช่นนั้นต่อไปหากไม่เกิดเหตุการณ์ในวันนี้ขึ้น




ในขณะที่เขาเสร็จธุระกับเพื่อนตัวแสบที่วานให้มินโฮเอาเอกสารที่ตัวเองลืมไว้กลับมาจากออฟฟิศมาให้ในใจกลางย่านเริงรมย์ก็ถูกคว้าลากเข้ามาในตรอกมืดอย่างที่คนบางประเภทมักจะใช้ที่ทางทำนองนี้เอาไว้เจรจาธุรกิจบางอย่าง มินโฮคิดจะกล่าวปฏิเสธ ทว่าแขนเรียวบางนั้นกลับสามารถล็อคกดข้อมือทั้งสองของเขาอย่างง่ายดายเอาไว้กับกำแพงที่เย็นเฉียบ

แสงสลัวที่สาดเข้ามาเป็นระยะจากรถยนต์ที่กำลังสัญจรอยู่ภายนอกเผยให้ชายหนุ่มเห็นลักษณะของผู้คุกคาม ผิวขาวซีดรับกันเส้นผมสีบลอนด์สว่างน่าหลงใหล มันคงเป็นฉากพลอดรักในตรอกแคบที่ปลุกเร้าอารมณ์ได้มากพอดูหากริมฝีปากสีชาดที่คลี่ยิ้มอย่างขี้เล่นนั้นจะไม่ได้มีเขี้ยวขาวที่ดูแล้วยังไงก็เป็นของจริงแท้แน่นอน 

"เจ้าโชคร้ายเอง...แต่ไม่ต้องห่วงหรอกเจ้ามนุษย์...มันจะเจ็บแค่ชั่วครู่เท่านั้น" เสียงนุ่มเอ่ยประโยคปลอบประโลมที่ชวนให้มินโฮหน้าขึ้นสีแม้จะกำลังตกอยู่ในอันตราย หัวใจของเขาเต้นรัวราวกับเพิ่งไปแข่งวิ่งกรีฑามาใหม่ๆเสียอย่างนั้น ชายหนุ่มตัวสั่นเทาในขณะที่ระยะห่างระหว่างพวกเขาทั้งคู่ลดลงจนเรียกได้ว่าแนบชิด


หวาดกลัว...

ใช่...ต่อให้มาในรูปลักษณ์ที่งดงามชวนมองมากเพียงไร อีกฝ่ายก็คืออสุรกายที่มุ่งร้ายต่อชีวิตตนอยู่ดี 



หากแต่ในความรู้สึกหวาดกลัวนั้น ความรู้สึกหวามไหวอย่างประหลาดก็ก่อตัวขึ้นด้วย กลิ่นหอมอ่อนๆจากริมฝีปากเย็นเฉียบที่ประทับลงบนเส้นเลือดใหญ่บริเวณต้นคอทำให้เสียงครางหลุดรอดออกมาทั้งที่ไม่เข้ากับสถานการณ์เลยสักนิด แค่ชั่ววูบเดียวที่ทั้งคู่หยุดชะงักก่อนเขี้ยวขาวจะฝังลงที่ลำคออย่างรวดเร็ว เสียงของผิวหนังที่ถูกแทงทะลุดังก้องในความรู้สึกก่อนจะตามมาด้วยเสียงดูดเลือดที่ฟังดูหยาบโลน 

มือที่เคยจับยึดร่างของมินโฮเอาไว้ค่อยๆปล่อยออกราวกับเจ้าตัวหลงใหลในรสชาติที่โลหิตที่กำลังลิ้มลองเสียจนคร้านที่จะใส่ใจกับเหยื่อที่กำลังหมดทางหนี

กลิ่นสนิมเหล็กลอยอบอวลไปทั่วบริเวณจนมินโฮเริ่มไม่มั่นใจว่าเขาเสียเลือดไปมากเพียงใดกันแน่ เท่าที่รู้คือสมองของเขาตอนนี้เริ่มไม่ทำงาน แม้แต่ขาที่เคยแข็งแรงก็ดูจะหมดเรี่ยวแรงไปเสียจนต้องยึดบ่าของร่างตรงหน้าเอาไว้เสียอย่างนั้น

ความรู้สึกหวาดกลัวความตายที่อาจจะกำลังมาถึงเริ่มเกาะกินจิตใจทีละน้อย มินโฮรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงของเหลวที่ถูกอีกฝ่ายสูบออกไปจากร่างด้วยความกระหายอยากรวมไปถึงเสียงครางในลำคออย่างแผ่วเบาที่กำลังดังอยู่ข้างหูจนเขาแทบเป็นบ้า

มินโฮต้องใช้คำว่าบ้ากับตัวเองเพราะว่าคงไม่มีคนสติดีคนไหนที่เกิดอารมณ์ขึ้นมากับฆาตกรที่กำลังจะช่วงชิงชีวิตของตนไปแน่ๆ มิหน้ำซ้ำมินโฮเองกลับไม่มีความรู้สึกนึกอยากโกรธแค้นใดๆต่อฝ่ายตรงข้ามแต่กลับพึงพอใจที่ชีวิตของตนสามารถเติมอีกฝ่ายได้

ราวกับถูกอ่านใจ

ร่างเพรียวของแวมไพร์หนุ่มผละออกจากลำคอของมินโฮก่อนจะเลื่อนไปหัวเราะเบาๆอย่างหยอกล้อที่ข้างหูแทน

“เจ้าช่างเป็นมนุษย์ที่แปลกประหลาดเหลือเกินหนุ่มน้อย...ช่างมีจิตใจที่เสียสละ.............และร่างกายที่แสนจะซื่อตรงกับความรู้สึก” ประโยคทิ้งท้ายถูกกล่าวอย่างอ้อยอิ่งก่อนที่เจ้าตัวจะถอยห่างออกมาเล็กน้อยเพื่อมองหน้ากันให้ชัดๆ

“คุณ..จะ.....ฆ่าผมไหม...........” มินโฮเอ่ยถามกระท่อนกระแท่นด้วยคำถามที่เมื่อพูดออกไปแล้วก็นึกอยากจะชกตัวเองสักรอบ มีที่ไหนกันที่เหยื่อไปถามผู้ล่าว่าจะปล่อยตนไปไหม ก็เห็นๆอยู่ว่าเขาเป็นอาหารสำหรับอีกฝ่าย

แต่ที่ผิดคาดมากพอๆกันกลับเป็นคำตอบที่ได้รับกลับมาจากเรียวปากบางที่ยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ไม่....และข้าเดาเอาว่า....เจ้าเอง.............” คำพูดที่เนิบช้าชวนให้ลุ้นระทึกแต่ก็ไม่ได้มากไปว่ากิริยาล่วงเกินอย่างมือที่สอดผ่านขอบกางเกงยีนส์สีซีดเข้าไปสัมผัสกับความรุ่มร้อนที่สัมผัสได้อย่างชัดเจนแม้จะมีผืนผ้าขวางกั้น “ก็คงไม่อยากจะตายเร็วนักหรอกจริงไหม?”











มินโอเพิ่งจะได้มาเข้าใจเอาจริงๆเกี่ยวกับวลีที่ว่า “จูบจนลืมหายใจ” เอาก็วันนี้นี่เอง ลิ้นเล็กที่สอดแทรกเข้ามาในโพรงปากของตนทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งองศา เทคนิค และสัมผัสที่ถูกมอบให้ทำให้มินโฮแทบคลั่ง เขากล้าพูดได้เต็มปากเลยว่านี่เป็นจูบที่ดีที่สุดในชีวิต ดีมากเสียจนชายหนุ่มคิดว่าแค่เพียงจูบอีกฝ่ายก็ต้องสามารถพาเขาไปถึงสวรรค์ได้อย่างแน่นอน

“นั่งลง” เสียงสั่งกลับฟังดูไม่น่ากลัวมาเท่าความรู้สึกในยามแรกที่พบเจอ แน่ล่ะในเมื่อผู้พูดเองก็กำลังหอบสั่นด้วยใบหน้าที่แดงเรื่อไม่แพ้กันอยู่เหนือร่างของเขา แต่ถึงอย่างนั้นด้วยเรี่ยวแรงที่แตกต่างกันก็ทำชายหนุ่มถูกผลักลงไปกองอยู่กับพื้นได้อย่างง่ายดาย

พวกเขาจูบกันอีกครั้งและคราวนี้อีกฝ่ายยอมเปิดทางให้มินโฮเข้ามาสำรวจภายในโพรงปากของตัวเองบ้าง ในขณะเดียวกันมือทั้งสี่ข้างก็ช่วยกันทำงานเป็นอย่างดีจนทั้งสองฝ่ายแทบไม่เหลืออะไรปกปิดร่างกายช่วงล่าง น่าแปลกที่ทั้งที่ร่างกายที่กำลังร่วมรักด้วยนั้นเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งทว่ามินโฮกับรู้สึกร้อนวูบวาบเหมือนกับว่าตัวเองจะสามารถลุกเป็นไฟขึ้นมาได้เสียอย่างนั้น ร่างกายที่ขาวโพลนราวกับหิมะมีเสน่ห์อย่างประหลาดในยามที่ขยับตัวขึ้นลงเพื่อให้แก่นกายที่ร้อนระอุเสียดสีกับช่องทางด้านในของตน

“เรียกชื่อข้าสิเจ้ามนุษย์........ข้าชื่อนิวท์” เสียงแหบเครือเอ่ยนามตนด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความต้องการอย่างไม่ปิดบังทำเอามินโฮแทบจะทนไม่ไหว ชายหนุ่มจับอีกฝ่ายพลิกตัวมาอยู่เบื้องล่างก่อนจะกระซิบตอบด้วยเสียงที่เจือไปด้วยอารมณ์ไม่แพ้กัน

“นิวท์......นิวท์......................”









“นิวท์...”

“ตื่นได้แล้วโว้ย!!! นี่ไม่ใช่วันหยุดนะ” เสียงตะโกนอย่างเหลืออดของโทมัสพร้อมกับหมอนใบใหญ่ที่ปาอัดลงมาทำเอามินโฮผวาสะดุ้งตื่นขึ้นอย่างตกใจ ก่อนจะหันมองไปรอบๆ

...ที่นี่ห้องของเขาเอง...ไม่ใช่ตรอกมืด... ไม่มีแวมไพร์เจ้าเสน่ห์..



...ไม่มีนิวท์...

“ตื่นแล้ว!!” มินโฮกระแทกเสียงตอบแฟลตเมทแสนดีที่อุตส่าห์มาปลุกไปทำงานพร้อมกับพังฝันหวานของเขาเสียย่อยยับไม่มีชิ้นดี

...อีกนิดเดียวแท้ๆเลย...




คืนนี้จะได้ฝันต่ออีกไหมนะ?

จบ

Comment

Comment:

Tweet